บทกวีทิพย์
发布时间:2026-09-08 | 浏览:1
ท่องแดนพระนิพพาน ภาค ๑ เส้นทางนิพพาน ภาค ๒ ความว่าง-ประตูสู่นิพพาน ภาค ๓
พระนิพพาน---สมญาโลกอุดรพิศดาร อันลึกโอฬาร พิศุทธิ์พิเศษสุกใส.....
-พระนิพพานอยู่ที่ไหนใครรู้บ้าง?
-เป็นแสงสว่างอยู่ในใจที่ไหนหนอ?
-อยู่เบื้องบนหรือเบื้องต่ำร้องพร่ำรอ?
-มัวร้องขอ"ไม่ปฏิบัติ"หลงพลัดเอยฯ....
บทกวีทิพย์ :: ท่องแดนพระนิพพาน ภาค 1......
ชัย แสงทิพย์ พุทธกวีทิพย์
ท่องแดนพระนิพพาน ภาค1
พระนิพพานคืออะไร?ใครรู้บ้าง……. “นิพ”คือว่าง….จากกิเลสเป็นเหตุผล……. “พานะ”คือเครื่องร้อยรัด….มัดผู้คน…… ให้ทุกข์ทน”จิตไม่ว่าง”คือ”ร่างกาย”…….. อันความว่างนั้นหรือ คืออะไร?………… คือ”จิตใจ”ของมนุษย์ไร้จุดหมาย…….. มองไม่เห็น….จึงว่างสว่างพราย…….. อาศัย”กาย”….จึงไม่ว่างเหมือนอย่างคิด!!……. ทึกทักเอาว่า”ร่างกาย”หมายเป็น”เรา”…… ช่างโง่เขลาหลงปลื้มลืมสนิท…….. ว่าร่างกายเป็นของเราเอาเป็นมิตร……. เข้าใจผิด….คิดดูไม่รู้จริง……. โดย”ธรรมธาตุ”จิตใจอาศัยร่าง- ………. กายอยู่อย่างชั่วคราวหนุ่มสาวหญิง…….. เหมือนคนอาศัยบ้าน….ใช่นานจริง…….. บ้านพังทิ้ง……คนยังอยู่สู้ต่อไป……. เมื่อกายพังจิตก็ไปไร้ที่อยู่…….. ติดตามดูอยู่แห่งหนตำบลไหน?…….. เป็นมนุษย์-สวรรค์-พรหมได้สมใจ……. หรือจะไปสู่โลกทิพย์….แดนนิพพาน……. แม้ร่างกายแท้จริงไซร้อาศัยโลก…… เผชิญโชคเจอทั้งทุกข์และศุขศานติ์……… อาศัยโลกอยู่ชั่วคราวใช่ยาวนาน…….. ร้อยปีผ่านไม่เกินก็เดินลง………. สู่ความตายกายร่างต้องว่างเปล่า…….. ผลัดกันเข้ากันออกหลอกให้หลง……… กายอยู่ได้อาศัย”ธาตุสี่”ธำรง……. “ดิน-น้ำ-คงควบไปกับ-ไฟ-ลม”……… ขาดธาตุใดธาตุหนึ่งถึงมรณะ…….. จิตต้องละกายทิ้งทุกสิ่งสม………… การเข้าใจ”โลกธาตุสี่”ที่นิยม………. เหมือนโลกกลมต้องหมุนเวียนมีเปลี่ยนแปลง……. “ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น”ให้มันหนัก……… หากยึดหลัก”ไม่ยึดมั่น”ให้ขันแข็ง…….. ปราศจากทุกข์คลุกเคล้าเข้าเสียดแทง…… จะพบแสงแห่งธรรม….ล้ำปัญญา…….. จะเข้าใจถึงนิพพานกันหรือไม่?…….. เรียนรู้ได้หากสำนึกหมั่นศึกษา …….. การเข้าถึงพระนิพพานมีนานมา……… อยู่ที่ว่าจะเข้าใจหรือไม่?เอง…….. “นิพพานคือคุณาของอากาศ”……. เหนือธรรมชาติเจาะประเด็นเห็นตรงเผง……. “สิบประการ”เสมือนสร้อยร้อยบรรเลง…….. เป็นบทเพลงพระนิพพานประทานพร……… “ไม่มีรูป-ไม่มีสี-ไม่มีกลิ่น”……… ไร้ประทิ่น….”ไม่มีรส”ทั้งหมดถอน……… “ไม่มีสัมผัส”…สารพันทุกขั้นตอน………. ไร้อาทรสุขเกษมแสนเปรมปรีดิ์……….. “ไม่มีเกิด-ไม่มีแก่-ไม่มีเจ็บ”………… ไร้ร้อนเหน็บหนาวไร้ทุกข์เป็นสุขศรี…….. “ไม่มีตาย”….เป็น”ความว่าง”อย่างเสรี……. ให้ปักษีบินไปไร้ร่องรอย……… เป็น”เก้าไม่””หนึ่งมี”…..ที่ความว่าง……… เป็น”เก้าอย่าง””เก้าไม่มี”ที่ใช้สอย……. คือ”อัตตา-ตัวตน”ยกคนลอย…….. มีไม่น้อยทั้งเราเขามี”เก้ารู”……. อย่างละหนึ่ง…..”ทวารหนัก-ทวารเบา”……. “ปาก”ของเจ้า”จมูก”ข้าฯแล”ตา-หู”……. อย่างละสองทางออก-เข้ามี”เก้ารู”………. มันว่างอยู่….จึงไม่มี…..ที่ตัวตน ……. “ความว่าง”ไร้รั้วรอบ…ไร้ขอบเขต……… สุดสายเนตรคือ”ความว่าง”กระจ่างผล…….. ไม่มีเครื่องร้อยรัดมัดตัวตน……… ทุกแห่งหนไม่สิ้นสุดถึง”พุทโธ”…….. “ความว่าง”เป็นที่อยู่หมู่”อัตตา”…….. “ตัวตน”ข้าฯหรือเจ้าเศร้าอักโข……. คือ”ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม”ดั่งร่มโพธิ์……….. แล้วเติบโตเป็นร่างกายจนวายวาง……. เป็นที่อยู่ของ”อนัตตา”ชัดแจ้ง………. “นามธรรม”แฝงอยู่เด่นชัดไม่ขัดขวาง……. คือ”จิตใจ”ของสัตว์-คนเปิดหนทาง……… เห็น”ความว่าง”….เห็น”นิพพาน”…ไม่นานเกิน….. “พระนิพพาน”อยู่สูงสุดในพุทธศาสน์….. ใครสามารถรู้เท่าทันท่านสรรเสริญ…….. “พระนิพพาน”อยู่ที่ไหน?ใคร่เชื้อเชิญ……. ร่วมทางเดินชูช่วยไปด้วยกัน……. “นิพพานคือความว่าง”…วางกิเลส……….. ว่างจากเหตุ”โลกิยะ”เบ็ญจขันธ์…….. ว่างจากตน…..”เหนือโลกและเหนือธรรม์”….. “เลิกยึดมั่นถือมั่น”….จบกันเลย…… ทั้ง”อัตตา-อนัตตา”สารพัด……….. ต้องละตัด….แล้วอยู่กลางคือ”วางเฉย”……. “อุเบกขา”รักษาไว้ให้ใจเคย………. ที่ชื่นเชย”อัพยากตาธรรม”…….. “อัตตา”ละสิ่งที่มีนี้ไม่ยาก……….. แสนลำบาก”อนัตตา”พาถลำ…….. เพราะไม่มี-ไม่เห็น….เป็นรูปธรรม…….. ด้วยลึกล้ำฝังจิตสนิทใน……… ยึด”นามธรรม”นำใจแก้ไขยาก…….. “รู้ตัว”หากถึง”ตัวรู้”พอสู้ไหว…… ศีล-สมาธิ-ปัญญา….จะพาไป…….. แก้ไขได้หากแน่วแน่จะแก้ตัว……. การเข้าถึงพระนิพพานใช่การง่าย……… ใช่ยากหลายพอเกลี่ยเฉลี่ยถัว…….. ความยากง่ายพอกันมันลงตัว…….. มองให้ทั่วแล้ววกมาหาตัวเรา….. ถึง”นิพพาน”คือเข้าไป…เข้าใจ”จิต”…… เข้าปลดปลิด…บาปโทษที่โฉดเขลา……. ธรรมชาติจิตคือตัวรู้…..ก็ดูเอา…….. ที่”จิต”เรา”ตัวเรา”เองหากเก่งจริง!!….. ความวุ่นวาย…..กำเนิดเกิดจาก”จิต”…….. หยุดสักนิด….ไม่วุ่นวายทั้งชายหญิง……. ความสงบ…..เกิดจาก”จิต”ไม่ผิดจริง……… เหนือทุกสิ่ง”จิตเป็นนาย”…กายเป็นรอง…… แม้”ความว่าง”ก็กำเนิดเกิดจาก”จิต”…….. หยุดความคิด….ไว้แค่หนึ่งไม่ถึงสอง……. สู่”เอกัคคตา”ปัญญาครอง…….. คุมจิตมอง”ให้ว่าง”ไว้อย่างเดียว……… ถึงจิตว่าง…..ก็เข้าผ่าน”นิพพาน”ได้……. สว่างไสวจิตสะอาดฉลาดเฉลียว…….. ไร้กิเลสก็ถึงสุขไร้ทุกข์เทียว…….. คุมอย่างเดียวให้”จิตว่าง”…ทางนิพพาน……. เมื่อ”จิตว่าง”ดวงจิตเป็นอิสระ………. ความคิดละปรุงแต่งแปลงประสาน…… เป็น”ผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน”………. สวรรค์ผ่าน….นรกพ้น….เลิกวนเวียน……. ไม่วุ่นวาย…..เพราะมี”สมาธิ”……… มี”สติ”และ”ปัญญา”ใช่พาเหียร…….. ไม่หลงโลก-หลงธรรมโน้มนำเพียร……. จิตโล่งเตียน….”ปล่อยวาง”ทุกอย่างลง……. ภาวนา…..รู้ตัวอยู่ทั่วพร้อม………. มนัสน้อมแจ่มใสมิใหลหลง……. สิ้นตัณหาอุปาทาน….ถึงกาลปลง…….. ไม่ลุ่มหลง”เลิกยึดมั่น”ในทันที…….. ไม่มีอกุศล…..บนความคิด……….. ไร้”อวิชชา”จรัสรัศมี……… สลัดเครื่องร้อยรัดมัดฤดี………. คืนเข้าที่ธรรมชาติสะอาดจริง…….. รู้ผิด-ถูก….ควร-ไม่ควรมวลดี-ชั่ว……. เพราะ”รู้ตัว”….”รู้ใจ”ในทุกสิ่ง……… รู้แค่รู้….แล้ววางลงตรงความจริง…….. เพราะ”ทุกสิ่งคือสามัญ “เช่นนั้นเอง….. “นิพพานอยู่ในดวงจิต”หากคิดออก…….. ใช่ภายนอกเจาะจงให้ตรงเผง……. “เราไม่มีในจิต”…..แค่คิดเอง……….. สิ้นหวาดเกรงความตาย…แค่วายวาง….. บริสุทธิ์หยุดคิดจิตก็หยุด…….. สู่”โลกุตตระ”เข้าสะสาง……. ดับกิเลส….เหตุกำเนิดเปิดหนทาง……. โลกกระจ่าง….”จิตว่าง”สว่างเบา…… สงบเย็นเห็นทุกสิ่งความจริงเปิด………. สุดประเสริฐเลิศประโยชน์ดับโฉดเขลา…. . ดับดี-ชั่ว…..ตัวตนผลกล่อมเกลา………. ให้จิตเราสุดสะอาดปราศมลทิน…… เห็นสถานวิมานแก้วที่แวววับ…….. งามระยับโปร่งใสใจถวิล……. ประดับเพชรล้ำค่าไร้ราคิน…….. เห็นองค์อินทร์….เทวดา..มหาพรหม…… มาฟังธรรมกับพระพุทธเจ้า…….. ต่างแหนเฝ้าก้มกราบเรียบราบสม……. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงนิยม…….. แสนชื่นชมพระอรหันต์ตามกันมา…… พระปัจเจกพุทธเจ้ามาเฝ้าด้วย……… แสง-สีสวยสุดสว่างกระจ่างหล้า …… ดั่งอาทิตย์สักสิบดวงพ่วงกันมา……… เต็มท้องฟ้าสวยงามอร่ามเรือง…….. ณ ที่นี่ไม่มีแก่แลเจ็บตาย……… แก้วแพรวพรายระยิบระยับสลับเหลือง….. สะท้อนต้องทองคำค่าล้ำเมือง………. จิตต่อเนื่อง…คิดอะไรก็ได้พลัน……. จะไปไหนมาไหนดังใจนึก………. ช่างลุ่มลึกงดงามดั่งความฝัน…… ไม่มีทุกข์สุขาสารพัน……… รู้เท่าทันสรรพสิ่งมิ่งมงคล……… เมื่อเห็นจิตก็เห็นพระนิพพาน……… ซ่อนอยู่นานแจ่มประจักษ์ด้วยมรรคผล…… แล้วทบทวนครวญคิดเห็นจิตตน……… เป็นกุศลเปี่ยมอยู่ทุกครู่ยาม…….. ดวงจิตทรง”อุเบกขา””เมตตา”ยิ่ง……… เห็นทุกสิ่งทั่วโลกาฟ้าสยาม…… ทั่วอนันตจักรวาลผ่านนิยาม………. เห็นความงามแห่งสามัญเป็นอันเดียว…… วิมานแก้วประกายเพชรถึงเจ็ดสี…….. หากจิตดีใสสะอาดฉลาดเฉลียว……. หากจิตอ่อนเป็นทองคำค่าล้ำเชียว……… เพชร-พลอยเขียว-ทับทิมแดงเปลี่ยนแปลงไป…. แต่ละคนอาจเห็นได้ไม่เหมือนกัน……. ความเชื่อมั่น-ความมั่นคง-ความสงสัย….. และบารมีแต่ละคนยลต่างไป……. อยู่ที่ใจจิตตน…ของคนดู…….. พระนิพพานเป็นอย่างไรเก็บไว้ก่อน……. อย่าใจร้อนใจเย็นเย็นจะเด่นหรู….. เร่งปฏิบัติให้ถึงแล้วพึงดู……… แล้วจะรู้เป็นฉันใด?ในนิพพาน…… สำคัญที่ตัวตน….ค้นให้พบ……… นิพพานจบ….บุญญามหาศาล…… “เห็นจิตตน”จิตเป็นทิพย์…”เห็นนิพพาน”….. จิตเบิกบานถึง”พุทธะ”ปล่อย-ละ-วาง…… ปล่อยทุกอย่าง….วางลงตรงแค่จิต……. ดับนิมิตสารพัดที่ขัดขวาง…… ไม่หนาว-ร้อนผ่อนสบายเดินสายกลาง……. ดับทุกอย่างทั้งดี-ชั่วดับตัวตน…… เห็นนิพพานในความว่างสว่างจ้า……… เห็น”พุทธา”บรรลุจิตกุศล……. เห็นพระธรรม…..ดำริเลิศวิมล…….. เห็นพระสงฆ์คงทนในตนเอง…….. พระไตรรัตน์ชัดแจ้งแทงตลอด…….. เป็นเยี่ยมยอดตอบรับกระฉับกระเฉง….. คารวะเพราะค้นพบตนเอง………… ลือละเบงพระนิพพานสำราญดี…….. ดวงจิตเห็นเป็นดวงแก้วที่แพรวพราย….แสงกระจายดั่งเพชรแผ่เจ็ดสี…… อยู่รอบตัวรอบทิศด้วยฤทธี………… และบารมีสิบทัศเข้าจัดแจง…… โพธิญาณผ่านล่วงถึงดวงแก้ว……… ตลอดแนวแลโล่งด้วยโปร่งแสง……. มองทะลุทุกมิติฤทธิแรง……… ดวงจิตแกร่ง”อมตะ”นิรันดร์…….. อยู่เหนือโลก….เหนือธรรมสุดล้ำเลิศ…… แจ่มบรรเจิดเที่ยงแท้ไม่แปรผัน…… เหนือจักรวาลผ่านพิภพจบเทวัญ……… เหนือสวรรค์….พรหมสถานพิมานแมน….. ณ ที่นี้คือ”โลกทิพย์พระนิพพาน”……….. พระผู้ผ่านดาษดื่นเป็นหมื่นแสน…….. ถึงล้านโกฏนับไม่ได้ในดินแดน……… วิมานแมนยังรออยู่ทุกผู้คน…….. ตัดสินใจไปนิพพานเสียวันนี้!!…….. ด้วยจิตที่แกร่งดังเพชรสำเร็จผล…… มุ่งนิพพานเท่านั้น….มั่นกมล………. เกิดมรรคผลล้วนสัมฤทธิ์ที่จิตเรา……
พุทธธรรมนำธรรมะประกาศก้อง......ต่างแซ่ซ้องเพื่อมวลมิตรดับจิตเขลา........
"คิด-พูด-ทำแต่กรรมดี"ที่ตัวเรา .........ดับที่"เงาความคิด"สนิทเอยฯ..........
นิพพานะ ปัจจโย โหตุ…..สาธุ……สาธุ……..สาธุ
ท่องแดนพระนิพพาน ภาค2(เส้นทางนิพพาน)
บทกวีทิพย์ :: ท่องแดนพระนิพพาน ภาค2(เส้นทางนิพพาน)
ชัย แสงทิพย์ พุทธกวีทิพย์
“ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต ผู้ใดเห็นเราตถาคต ผู้นั้นเห็นนิพพาน “ (พุทธวจนะ)
“ทุกข์”ก็คือ”ตาเนื้อ”เชื่อหรือไม่?……. “ธรรม”ก็คือ”ตาใน”จำไว้หนอ……… “เห็นทุกข์”คือ”เห็นรูปธรรม”นำพะนอ………. “ดิน-น้ำ“หนอ “ไฟ-ลม”ผสมกัน……. “เห็นธรรม”คือ”เห็นนามธรรม” “จำ-รู้สึก”……. “ความคิดนึก”และ”สัมผัส”ที่จัดสรร…… “ตถาคต”คือ”ตาในตา”….สารพัน………. “รู้แจ้ง”ทันเท่ามายาในสากล……. “ตาในตา” “ทิพย์จักษุ”….บรรลุแล้ว……… เหมือนดวงแก้วทรงฤทธิ์ประสิทธิ์ผล…… “เห็นตถาคต”คือ”ความคิดในจิต”คน……… “ไม่มีตน-ตัวเรา”ด้วยเข้าใจ……… “จิตละรูป”เพียงดูแค่รู้สึก……….. มิคิดนึก…”.ชัง”หรือคิด “พิศมัย”….. เป็น “ผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน”ใจ……… ด้วย “ตาในตา””พุทธะ”จิต “ละวาง”……. “นิพพาน”หรือคือ”ธรรมจักษุ”………. “ตา”บรรลุ “เห็นธรรมะ”ใสกระจ่าง……… “เห็นนิพพาน”….”สุญญตา”มาเปิดทาง….. ดวง”จิตว่าง”…..จากกิเลสเหตุมายา…….. ว่างจาก”เครื่องร้อยรัด”ที่มัดจิต…………. ว่างจากพิษแห่งสมมุติสุดสรรหา…….. ไร้รูป-นาม….สิ้นห่วง”ภาพลวงตา”……… “นิพพานา”เป็นสุขทุกวันคืน………… “ผู้เห็นทุกข์”…”เห็นธาตุสี่”นี่”ตัวเรา”…… รวมกันเข้าผูกมัดไม่ขัดขืน…….. ทั้ง”ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม”ช่างกลมกลืน………. กิเลสรื่นครื้นเครงบรรเลงรมย์……. เป็น”ตัวเรา”….เดือดร้อนเป็น”ก้อนทุกข์”……. “ตัณหา”คลุกเคล้าสร้างไว้ให้ขื่นขม……. ไม่รู้จักคำว่า”พอ”…..ก่อตรอมตรม……….. “สามพอ”คมคายนัก……รู้สักนิด!!……… หาก”พอกิน””พอใช้”ใคร”พออยู่”……… “ผู้นั้นรู้ถึงแก่นธรรม”เลิศล้ำจิต……… “เป็นธรรมชาติ”แท้จริงยิ่งชีวิต……….. หากใครคิดออก…ไร้ทุกข์เป็นสุขเทอญฯ…… ธรรมชาติ….รังสรรค์เจ้า-ตัวเราด้วย…… เรียนรู้ช่วยเหล่ามนุษย์สุดสรรเสริญ…… ให้เรียนรู้….ไม่ยึดติด….ไม่ชิดเชิญ……… ไม่ขาดเกิน…แล้ว”ปล่อยวาง”ทุกอย่างลง….. ร่างกาย….อาศัย”ข้าว-ผ้า-ยาและบ้าน”……. “สี่ประการ”ก็อยู่ได้มิใหลหลง…….. ไม่มีทุกข์สุขใจ…..เมื่อได้ปลง……….. ชีพดำรง….คงทำดีมีมงคล……… “ผู้เห็นธรรม”….”เห็นตัวเรา”ไม่เขลาโง่……มุ่งสู่”โพธิญาณ”ตระการผล……… รูปธรรมสี่-นามธรรมสี่……มีทุกคน……… แยกแยะตนออกให้เห็นอย่างเด่นชัด!!…… “รูปธรรมสี่”คือ”ธาตุสี่”…..มี”ดิน-น้ำ-……. ไฟ-ลม”ย้ำตามรุกทุกขสัจจ์……… “นามธรรมสี่””รู้สึก-จำ”เห็นธรรมชัด……… “คิด-สัมผัส”ปรุงแต่งแหล่งรับรู้……. ละเอียดมีเพียง”สี่คู่”….ดูให้ดี…….. ย่ออีกทีมองให้ซึ้งเหลือ”หนึ่งคู่”……. “รูปกับนาม”กระทบกันเท่านั้นดู…….. ก็จะรู้นี่”มายา”ชีวาเรา…….. “เห็นตัวตน”….แล้วอย่าหลงพะวงคิด…….. เป็น”พุทธจิต”จิตเดิมแท้ช่วยแก้เขลา…… ละทั้งรูป-ละทั้งนาม…..เกิดความเบา……… เป็นแค่เงา….ตามร่างก็ช่างมัน!!……. เป็นจิตเดิมใสยิ่งกว่าธาราน้ำ………. ไม่ชอกช้ำบริสุทธิ์ประดุจฝัน……… บริสุทธิ์ยิ่งกว่าอากาศพิลาศครัน…….. เป็น”ต้นธาตุ-ต้นธรรม์”…นิรันดร…… “ผู้ใดเห็นตถาคต”….ปรากฏเด่น…….. “ผู้นั้นเห็นนิพพานะ”ประภัสสร…….. เห็นทุกสิ่งเพียงมายา….ทุกท่าตอน…….. ไม่เดือดร้อน”เครื่องร้อยรัด”สลัดไป……. “รูป-นาม”เป็น”ภาพลวงตา”…..สารพัด…… เลิกผูกมัดพบหนทางสว่างไสว……. เพราะไม่มีฝุ่นละอองเกาะข้องใจ…….. ด้วย”ละ”ได้ใน”ทุกสิ่ง”……แล้ว”ทิ้ง”เลยฯ……..
นิพพานะ ปัจจโย โหตุ…….
ท่องแดนพระนิพพาน ภาค3(ความว่าง-ประตูสู่นิพพาน)
บทกวีทิพย์ :: ท่องแดนพระนิพพาน ภาค3 (ความว่าง-ประตูสู่พระนิพพาน)
ชัย แสงทิพย์ พุทธกวีทิพย์
อัน”ความว่าง คือ ประตูสู่นิพพาน”……นิรันดร์กาลยืนยงน่าสงสัย…… ใน”ความว่าง”…ที่ว่างนี้มีอะไร?…… อยู่ที่ไหน?…เล่า”ความว่าง”ที่อ้างอิง…… อยากจะมี-อยากจะเห็น-อยากเป็นอยู่…… ความอยากรู้มีมากมายทั้งชายหญิง…… “ความว่างมีคุณอนันต์”…นั่นความจริง…… ยิ่งค้นยิ่งล่อหลบไม่พบเจอ…… “ความว่าง คือสิ่งว่างเปล่า”….หากเข้าถึง….. จะรู้ซึ้ง”สัจธรรม”นำเสนอ…… “ความว่าง คือ บรมธรรม”น้อมนำเธอ……. ให้พบเจอ…”ประตูสู่นิพพาน”…… “ความว่างไม่มีอะไร….อยู่ไหนเล่า?…… ที่ว่างเปล่าแสนปรีดิ์เปรมเกษมศานต์….. ไร้เครื่องหมาย….ไร้ขอบเขต…สังเกตการณ์…..”พระนิพพานคือที่หมาย….จุดปลายทาง”…… เป็นที่อยู่อาศัย…..ของสรรพสิ่ง……. อยากเห็นจริงก็มองเห็นเด่นกระจ่าง……. สัมผัสได้….รู้ได้….ใคร่เปิดทาง……. “สู่ความว่างประตูทอง”…ให้ลองดู……. “สิ่งที่มีชีวิตและไม่มี……. อยู่ในนี้….ในความว่าง”สว่างหรู……. “อัตตา-ตัวตน”…”สสาร”เชิญอ่านดู……. แล้วจะรู้ “พลังงาน”ชัด….”อนัตตา”……. มีตัวตนและไม่มี….อยู่นี่หมด…….. ใช่สมมติเป็นความจริงทุกสิ่งหนา…….. ในความว่าง….มนุษย์-สัตว์….เหมือนจัดมา…. ล้วนแต่อาศัยความว่าง…..ก่อสร้างตน…… แต่”ความว่าง คือ ความมี “ ที่ไม่เห็น…. แอบซ่อนเร้นอยู่รอบกายขยายผล…… เป็นช่องว่าง….จึงไม่รู้เหล่าผู้คน……… แท้ในตน…ว่างยังมีที่ร่างกาย…… จะรู้จัก “ความว่าง”ดังอ้างถึง……… ควรจะซึ้งรู้จักธรรมในความหมาย…… ธรรมที่อยู่ในความว่างเคียงข้างกาย….. ผลสุดท้ายก็จะเห็นอย่างเด่นชัด!!…….. “โลกบังธรรม”….”ธรรมบังพระนิพพาน”…… จำเนียรกาลนานนับสรรพสัตว์……. “สมมุติบังความจริง”…ยิ่งผูกมัด…… “เครื่องร้อยรัดบังความว่าง”…ปิดทางตัน!!….. “ธรรมก็คือรูปธรรม”…ประจำใจ……. “ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม”พัดที่จัดสรร…… “ธรรมะคือนามธรรม”อันสำคัญ…… “จิตใจ”นั้น “คือความหมายใน “กาย”เรา…… “จิตซ่อนอยู่ในกาย”….หมายเป็นตน……. ดิ้นทุรนเป็นทุกข์ใจเหมือนไฟเผา……. ทึกทักว่า “กาย”ต้อง “เป็นของเรา”……. ไล่ตามเงา….”บังนิพพาน”มานานนม……. “จิตเป็นของว่างเปล่า”….นะเจ้าเอ๋ย……. หลงจนเคยชินอยู่ไม่รู้สม……. อาศัย”รูปกาย”แฝงแหล่งภิรมย์…….. มัวงายงม “อวิชชา”…นานกาเล……. “จิตอาศัยกายอยู่เพียงครู่หนึ่ง”…….. ให้รู้ซึ้ง…เท่าทันใช่หันเห…… “จิตต้องไปเมื่อกายพัง”….ไม่ลังเล…… จิตจะเร่ไปที่ไหน?….ก็ไม่รู้!!……. “จิตย่อมไปตามกรรมที่ทำมา”…….. หากบาปหนา….ลงอบายตายอดสู……. จิตกุศลผลบุญ….หนุนอุ้มชู…….. ตายไปสู่ทิพยสถานพิมานแมน……. หากจิตสิ้น”อาสวะ”สละแล้ว……. จิตเป็นแก้วดวงวิมุติพิสุทธิ์แสน…… จักไปสู่ “พระนิพพาน”….ตระการแดน…… หยุดโลดแล่น”ไม่เกิดอีก”…ปลีกตัวไป….. แล้วเมื่อนั้นจะรู้สึกสำนึกคิด…….. ถูกหรือผิด…นรก-สวรรค์สำคัญไฉน?….. หากคิดผิดถลำเดินสายเกินไป…… ก็”คิดใหม่-ทำใหม่”….ให้มันดี……. ชีวิตเกิดมาในโลกมีโชคช่วย……. บุญอำนวยเป็น”มนุษย์”วิสุทธิ์ศรี…… แต่”ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม”ผสมดี…….. “เห็นกายนี้ว่าเป็นเรา”…นั่นเขลาเกิน…… “กิเลสบังธรรมชาติ”อันบริสุทธิ์…….. มวลมนุษย์มีสารพัดเหตุขัดเขิน…… “เห็นร่างกายเป็นจิต”….มัวคิดเพลิน…… ถลำเดิน…”ลืมบ้านเก่า”ของเราเอง….. เอา”ร่างกายคืนสู่โลก”แห่งธาตุสี่……. “ดิน-น้ำ”นี้…”ไฟ-ลม”ปลงให้ตรงเผง…… เอา”จิตใจคืนความว่าง”….ทางเปิดเอง……. ยินบรรเลง”เพลงทิพย์พระนิพพาน”……. ว่า”ความว่างสอนอะไรให้มนุษย์?”……. ในที่สุด”ลืมความว่าง”…ทางศุขศานติ์….. ทุกอย่างที่มีตัวตน….ดลบันดาล……. “อัตตา”ผ่านลืมหลงถึงงงงวย!!……. ไร้ความว่าง….จะเดิน-ย่าง-วิ่งอย่างไร?…… อยู่ที่ไหน?บนแผ่นดิน?คงสิ้นสวย…… ไร้ความว่าง….คนล้นโลก…โศกระทวย……. ใครจะช่วยถ่ายเท…..สนเท่ห์นัก!!…… “สิ่งที่มี”…คือ.ฝุ่นละอองของ”ความว่าง”……. ทุกสิ่งสร้างชอบกล….วิ่งวนหลัก…… “ในโลกนี้สิ่งที่มี…..มีน้อยนัก”…….. ไม่รู้จัก….สิ่งที่มี….กันดีพอ…….. “ความว่างคือความไม่มี”….ไร้ที่สุด…… แล้วก้าวรุดสู่”สิ่งมี”ฉะนี้หนอ…… แล้ว”พัฒนาสู่ไม่มี”….มิรีรอ….. “ชีวิตก็ไปไปมามา”….น่าเบื่อจัง!!……. “นี่แหละคือชีวิต”…..คิดให้ตก…… ล้อธรรมวกเวียนตามดับความหลัง…… “ความว่างมีชีวิต…..อนิจจัง”……. เมื่อชีพยัง….ทำหน้าที่…ให้ดีเอยฯ…….
นิพพานะ ปัจจโย โหตุ สาธุๆๆ
Dark Shade(ฉากดำ)หรือLand of Gods(ดินแดน แห่งพระเจ้า).....พระนิพพานอยู่ที่นี่หรือเปล่า และประตูทางเข้า พระนิพพานเล่าอยู่ที่ใด.?......
จักรวาลจาเมเอดา หนึ่งในเจ็ดพิภพจักรวาล ซึ่งรวมอยู่ในอนันตจักรวาล พระนิพพานอยู่ที่นี่หรือเปล่า? ผู้รู้กล่าวว่าประตูเข้าสู่พระนิพพานเล็กกว่าปลายเข็มหมุดเสียอีกนะครับ....แล้วเราจะเข้าไปสู่พระนิพพานได้อย่างไร?
ดาวราหูหรือโลกมนุษย์ที่เราอยู่นี่ละครับ หรือบางทีพระนิพพานจะมีแอบซ่อนไว้ในโลกเราใบนี้หรือเปล่าก็ ไม่มีใครทราบได้ และบางทีประตูทางเข้าพระนิพพานก็อาจจะอยู่ ในตัวท่านเองก็ได้.......
ChaiSangthip@hotmail.com
www.buddha-dhamma.com